อีดอกอุบลไม่กลัวน้ำร้อน


ตั้งแต่สื่อมวลชนเริ่มนำความเลวร้ายของอีนางอุบลออกมาเผยแพร่  ปรากฏว่า อีดอกอุบลไม่ตระหนกหรือสะดุ้งสะเทือนอะไร 

กลับมีวิธีการที่พยายามจะ “เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส”  คือ พยายามโต้ตอบโดยเชิญสื่อมวลชนให้มาสัมภาษณ์ถึงในถิ่นเลยทีเดียว

ตรงนี้ ถือว่าอีดอกอุบลมีแผนที่ดีมาก คือ การให้สัมภาษณ์สื่อในถิ่นของตัวเอง และก็มีลิ่วล้อ ลูกขุนพลอยพยักเป็นจำนวนมาก  อีดอกอุบลจึงได้เปรียบ

การ “เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส”  ของอีดอกอุบลคนนี้ ผมยืนยันเลยว่า “ไม่มีทางประสบความสำเร็จ” เพราะ กรรมชั่ว และการแช่งของผม ส่งผลแล้ว

ผลแห่งกรรมชั่วของนางอุบลจะส่งผลเสียเพิ่มขึ้นเรื่อย  จนถึงกระทั่ง ส่งผลให้อีดอกอุบลกับสมัครพรรคพวก คงต้องไปนอนในคุกเพื่อสงบสติอารมณ์กัน

การที่พยายามต่อสู้กับสื่อมวลชนในครั้งนี้  มีสำนวนไทยว่า “หมูไม่กลัวน้ำร้อน”  แต่ในกรณีของนางอุบลนี่เข้าข่าย “ควายไม่กลัวน้ำร้อนเสียมากกว่า”

การให้สัมภาษณ์ของนางอุบลคนนี้  มีการเผยแพร่ทาง youtube ซึ่งมีคำอธิบายวิดิโอดังนี้



เผยแพร่เมื่อ 6 ก.ค. 2014

งานแถลงข่าว 5 ก.ค. 57 ณ บ้านสวนพีระมิด อ.บ้านนา จ.นครนายก

ช่อง 3, 7, NBT, PPTV NEW TV, ไทยรัฐ ทีวี และสื่ออื่นๆ

กระชากหน้ากากทนายลวงโลก นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ หลอกใช้สื่อ รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ข่าว 3 มิติ และอื่นๆ

โกหกคำโตว่า คนที่หายป่วย เพราะบุญบ้านสวนพีระมิดนั้น ไม่มีตัวตนจริง เสียค่าครู และหาว่าโฆษณาเกินจริง

มาดูกันให้เต็มตา ว่าเกินจริงหรือไม่ ใครลวงโลก ให้คอยดูผลกรรม

ในการให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ ในครั้งนี้ ก็มีการบิดเบือน ให้เหตุผล ไปตามที่อีดอกต้องการ  แต่นักข่าว เขาก็คงต้องระมัดระวังในการตั้งคำถามพอสมควร จึงไม่มีคำถามเด็ดๆ พอที่น็อกอีดอกนี่ได้

ผมว่า ต่อไปคงมีรายการทีวีคงจะเชิญอีดอกอุบลไปออกอากาศแน่ๆ  และอีดอกอุบลก็คงตายคาเวที ถ้ากล้าไปออกรายการ

แต่ผมว่า อีดอกคนนี้ มันคงไม่ไปออกทีวีแน่ๆ  สิ่งที่อีดอกจะโดนต่อไปก็คือ DSI คงบุกเข้าไป หรือ คมช. อาจจะส่งทหารเข้าไป

อีกไม่นานหรอกครับ  พวกนี้ติดคุกแน่ๆ


สำหรับรายละเอียดในการสัมภาษณ์ ผมจะค่อยๆ ฟัง แล้วเอามาเผยแพร่ต่อ



อีดอกอุบล ซวยเสียแล้ว



เนื้อหาของข่าวก็คือ

นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  เข้ายื่นหนังสือถึงพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีดีเอสไอ

ซึ่งตอนนี้ ไม่รู้ว่า DSI เข้าไปหรือยัง  แต่การที่เป็นข่าวขึ้นมาในสื่อมาตรฐาน เช่น สื่อทีวี สื่อหนังสือพิมพ์นั้น จะทำให้ความเลว ความชั่ว ความสามานย์ของนางอุบลและคณะ ปรากฏออกไปทั่ว

การทำมาหากินก็จะฝืดเคืองลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายเลย ก็จะต้องปิดตัว ปิดสำนักไปโดยปริยาย 

สงสัยอีนางดอกอุบล ก็จะต้องกลับไปหาสามีเดิมที่เป็นมัมมี่  โดยต้องแปลงตัวเองเป็นมัมมี่ให้เต็มตัวไปเสียเลย

ในเรื่องความเลว ความชั่วของอีดอกอุบลคนนี้ ผมเขียนไปหมดแล้ว ใครอยากจะรู้ว่า “อีดอกนางนี้” มันหลอกลวงอย่างไร ก็ไปหาอ่านบทความในบล็อกนี้เอาเองก็แล้วกัน

ผมจะเดาว่า “ทำไม ความซวยของอีดอกอุบลจึงโผล่ออกมาในช่วงนี้

ข้อมูลสุดท้ายที่ผมอ่านพบ ก่อนที่จะคุณสงกรานต์จะเข้ามาเล่นงานอีดอกอุบล ก็คือ กระทู้ของพันธุ์ทิพย์ชื่อ “บ้านสวนพรีมิด เดินผ่านพิธีการแล้วหายป่วย? อ.อุ_ช่วยด้วย


กระทู้ดังกล่าวดังมาก จะเห็นว่า มีคนเข้าไปให้ความคิดเห็นถึง 276 ครั้ง

เรื่องของเรื่องก็คือ เจ้าของกระทู้ไปแสดงความคิดเห็นที่ “ไม่เห็นด้วย”  ในเฟสบุ้กของบ้านสวนพีระมิด  แล้วโดนกระหน่ำ “ด่า” จากสาวกอีดอกอุบล  หรืออาจจะเป็นอีดอกอุบลด้วยก็ไม่รู้

ดูตัวอย่างการถูกด่า




เจ้าของกระทู้จึงมีโพสในพันธุ์ทิพย์  ก็ยังโดนตามมาด่าอีก  จนกระทั่งขอให้ลบกระทู้

อย่างไรก็ดี  ตอนนี้ เจ้าของกระทู้คงมีกำลังใจมากขึ้นแล้ว เพราะ ตอนนี้สังคมส่วนใหญ่เริ่มเข้ามาเล่นงานอีดอกอุบลแล้ว

โดยสรุป

อีนางอุบลที่มันถึงคราวซวยหนนี้ ก็เพราะ “กรรมชั่ว” ส่งผลแล้ว  สำหรับกลไกที่ทำให้กรรมชั่วส่งผลเร็วขึ้นก็คือ “สาวกโง่ๆ” ของอีดอกอุบล

ไม่ว่าจะใครจะวิพากษ์วิจารณ์อีดอกนี้  สาวกโง่ๆ สาวกควายๆ ของอีดอกอุบล ก็จะตามไปด่าเขา  ผมก็โดน 

แต่ผมเป็นคนคุมบล็อกเอง  ด่ามากผมก็ลบ  อย่างไรก็ดี  ผมว่า ผมด่าเก่งกว่าสาวกโง่ๆ สาวกควายๆ ของอีดอกอุบล ผมก็เลยเฉยๆ

อีกอย่างหนึ่ง  มาด่าในบล็อกของผม  ผมก็ได้ประโยชน์ด้วย  ผมก็เลยควบคุมสถานการณ์ได้  แต่เจ้าขอบกระทู้คนดังกล่าว  อาจจะเป็นเด็กไปหน่อย  ประสบการณ์น้อยไปหน่อย  จึงมีปัญหาชีวิตไปพักหนึ่ง


ตอนนี้ คงเริ่มมีความสุขขึ้นแล้ว 



อี ดอกอุบลช่วยด้วย






วันนี้ ไปอ่านพบบทความ “อ. อุบล ช่วยด้วย!! เสียงอุทานแห่งศรัทธา บ้านสวนพีระมิด” ในผู้จัดการออนไลน์ [17 มีนาคม 2557 09:57 น.]  ซึ่งคนเขียนบอกว่า ไปนำมาจาก “คอลัมน์ Feature นิตยสาร mars เรื่อง ไม่เชื่อ CULT อย่าลบหลู่

ผมไม่เชื่ออี ดอกอุบลนี่แน่ๆ แต่ผมไม่ลบหลู่มันหรอก  ผมทั้งด่า ทั้งแช่งมัน เพราะ อี ดอกอุบลนี่มันเอาศาสนาพุทธไปหลอกประชาชน

มาอ่านบทความและวิพากษ์วิจารณ์ไปที่ละส่วน  เนื้อหาของบทความอยู่ในพื้นสีเขียว 

อ.อุบล ช่วยด้วย!!!
เชื่อว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ คงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักโค้ดคำพูดสุดฮิตประโยคนี้

ประโยคที่ว่ากันว่า เมื่อพูดออกมาด้วยความศรัทธาในตัว อุบล ศุภาเดชาภรณ์หรือที่รู้จักกันในนาม อ.อุบล บ้านสวนพีระมิด

ปัญหาทุกอย่างในโลกจะคลี่คลายลงอย่างหมดจดราบรื่น เช่น เมื่อขับรถผิดกฎจราจร ก็จะรอดพ้นการจับกุมของตำรวจ (!?)

หรือแม้กระทั่งเมื่อใครสักคนกำลังจะเปียกฝน ฝนก็ดันไม่ตกขึ้นมาเสียดื้อๆ (!?) ‘อ.อุบล ช่วยด้วยจึงเป็นรหัสหนึ่งที่เล่าต่อๆ กันมา จนกลายเป็นเรื่องจริงจังในหมู่ผู้ศรัทธาไปในที่สุด

อีดอกอุบลนี่ มันเริ่มจะขยายวงทำมาหาแดกให้กว้างออกไปอีกแล้ว  การที่ได้ลง “หนังสือ” ทำนองนี้  ส่วนใหญ่แล้ว ต้องเสียเงิน  ดังสำนวนที่ว่า “ข่าวร้ายออกฟรี  ข่าวดีเสียเงิน 

อี ดอกอุบลมันจึงเห็นหนทางในการขยายรายได้ 

ปัญหาต่างๆ เหล่านั้น  มันเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ  อันที่จริง ถ้าอี ดอกอุบล มันช่วยได้จริง ก็ไม่เห็นจะต้องโฆษณา ป่าวประกาศกันถึงขนาดนั้น

แต่ในความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้  ที่ อี ดอกอุบล มันจะช่วยใคร เมื่อตะโกนเรียน “อี ดอกอุบล ช่วยด้วย

อ่านไป อ่านไป  ผมก็เซ็งจิตในความเป็นสมองหมา ปัญญาควายของสาวก อี ดอกอุบล คนนี้จริงๆ

แม้กระนั้น อีกด้านหนึ่งมันก็โดนวิจารณ์ไปในทางลบเช่นกัน เพราะนี่คือความเชื่อส่วนบุคคล และสิ่งที่ชาวบ้านสวนพีระมิดเชื่อ ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยตา

อันจะสังเกตได้จากเพจล้อเลียนและต่อต้านจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าเฟซบุ๊ก

ไม่ใช่เพจล้อเลียนและต่อต้านอย่างเดียว  แช่งด้วย ด่าด้วย อย่างของผม นี่ก็มี

บ้านสวนพีระมิด คือบ้านพักส่วนตัวของ อ.อุบล ที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคน ไม่ว่าจะเป็นโรคภัย หรือปัญหาชีวิตนานัปการ  ด้วยสิ่งที่ อ.อุบลบอกว่า เป็นผลที่เกิดขึ้นมาจากกรรม

บ้านสวนพีระมิดเป็นสถานที่พิสูจน์กฎแห่งกรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เห็นผลแบบทันทีนั่นคือคำอธิบายบนหน้าเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของบ้านสวนพีระมิดแห่งนี้

มันเป็นบ้านส่วนตัว อาจารย์ไม่ได้เปิดสถานปฏิบัติธรรม มูลนิธิ หรือว่าวัด อาจารย์ใช้ชีวิตปกติ นี่คือบ้านที่ใช้ชีวิตปกติ

อ.อุบลอธิบายให้ฟัง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ท่านรามเสสที่ 2 และ พระนางเนเฟอร์ตารีกษัตริย์และราชินีอียิปต์โบราณที่ชาวบ้านสวนพีระมิดต่างเคารพบูชา

อี ดอกอุบล มันต้องการหลอกแดกประชาชน ในเมื่อประชาชนคนไทย นับถือศาสนาพุทธ มันก็ต้องอ้างถึงศาสนาพุทธ  แต่ อี ดอกอุบล มันไม่เคยปฏิบัติธรรม  มันก็ไม่รู้จะหา “ความศักดิ์สิทธิ์” มาจากไหน

มองไป มองมา มีบรรดาควายๆ จำนวนมาก เชื่อเรื่องปิรามิด อี ดอกอุบล ก็จึงไปปั้นเรื่องดังกล่าวมาหลอกคน

มันก็มีบรรดาควายๆ ไปให้มันหลอก  เฮ้อ...........  คนไทยโง่ๆ นี่มันยังมีอีกเยอะ

แม้จะได้รับการวิจารณ์อย่างหนักว่า นี่คือการใช้ทฤษฎีสมคบคิด นำเรื่องราวต่างๆ มาขยำรวม เน้นหลักอิงพุทธ เอาการสารภาพบาปมาจากคริสต์ และดึงสฟิงซ์หรือพีระมิดมาจากอียิปต์ แต่ใครจะรู้บ้างว่า จุดเริ่มต้นของบ้านสวนพีระมิดนั้นกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าติดตาม

อ.อุบลเริ่มต้นอาชีพการทำงานด้วยการเป็นครู ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดให้กับสินค้าแบรนด์หนึ่ง ..... แต่แล้วเธอก็ค้นพบว่า การงานที่ทำอยู่นั้นยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงๆ

อาจารย์เป็นคนชอบธรรมะน่ะ เพราะฉะนั้นรายการทีวีที่ขายเครื่องสำอางก็เลยพูดถึงเครื่องสำอางแค่นิดเดียว ที่เหลือจะเป็นธรรมะ ... เราทำมาหากิน แต่เราเอาธรรมะที่เราชอบมาเป็นของแถม เราไม่ได้เอาธรรมะมาหากิน

ดู อี ดอกอุบลมันแก้ตัว ให้เหตุผลของมันไปเรื่อย  มันเอาธรรมะมาหลอกลวงประชาชน เพราะ ถ้าไม่เน้นธรรมะก่อน  คนไทยโง่ๆ มันก็ไม่เชื่อ 

ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น  มันเอาเป็นเหตุผลเพื่อโกหกว่า “มันมีฤทธิ์  เพรา อี ดอกอุบล ไม่สามารถอ้าง “ฤทธิ์” จากศาสนาพุทธได้


ส่วนเรื่องพีระมิดนั้น เริ่มเข้ามาหลังจากที่ อ. อุบลได้ทดลองใช้กับตัวเอง จนต้องอึ้งเมื่อพบว่า อานุภาพจากพีระมิดได้ทำให้เธอสุขภาพแข็งแรงขึ้นทันตาเห็น

แต่แล้วอยู่ๆ เหตุการณ์อัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งเธอได้พบข้อความบางอย่างบนหน้าจอโทรทัศน์ซึ่งปิดอยู่!

และเมื่อได้นำข้อความนั้นไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางจิตสัมผัส เธอก็ได้รับการยืนยันว่า เธอคือพระนางเนเฟอร์ตารีกลับชาติมาเกิด!

ดู อี ดอกอุบล มันปั้นเรื่อง  อรหอยเณรคำ สมีธัมมชโย สมียันตระ สมีนิกร งงไปแปดตระหลบ  คือ พวกหลอกลวงส่วนใหญ่ มันจะอ้างเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยบ้าง ในศาสนาพุทธบ้าง

อี ดอกอุบล มันอ้างไปถึงอียิปต์  เป็นความก้าวหน้าอีกอย่างหนึ่งของพวกหลอกลวงมนุษย์

จนกระทั่งได้เจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอีกครั้ง เมื่อลูกชายและสามีของเธอได้รอดพ้นความตายมาได้ด้วย น้ำพีระมิดพร้อมๆ กับที่สิ่งเหนือธรรมชาติก็เริ่มติดต่อสื่อสารกับเธอ

คือถ้าอยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยต้องรับปากสองข้อ

หนึ่ง-ถ้าท่านช่วยต้องนำไปบอกเล่าในรายการโทรทัศน์ที่เราทำ

สอง-ต้องไปช่วยคนด้วยวิธีนี้ และต้องสร้างมหาพีระมิดให้เกิดขึ้น

แหม.. อีดอก เอาลูกกับผัวมาเป็นพยาน  แล้วไอ้ “น้ำพีระมิด” นี่มันคือ น้ำอะไรก็ไม่รู้ 

ขอให้ผู้อ่านสังเกตสูตรสำเร็จของการหลอกลวงทำนองนี้  มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาหา มาเข้าฝัน ให้ทำโน่นทำนี่  ไม่ทำก็ไม่ได้  นี่เป็นสูตรสำเร็จที่ดูงี่เง่ามา

แต่ได้ผลทุกครั้ง  มันจะต้องมีควายๆ ไปเชื่อทุกครั้งเหมือนกัน

แม้กระนั้นบ้านสวนพีระมิดก็ยังมีสิ่งที่ผู้คนในสังคมต่างกังวล ด้วยสิ่งที่บอกเล่ากันว่า อ.อุบลสามารถรักษาโรคทุกโรคได้นั้น ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ใดๆ ในเชิงการแพทย์

ละเรื่องราวต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในบ้านสวนพีระมิดก็ฟังดูเหนือจริงเกินจะเชื่อได้ ทว่า อ.อุบลก็ยืนยันว่านี่คือวิทยาศาสตร์ที่เห็นผลทันตา แถมยังกล้าท้าให้พิสูจน์

ไม่ใช่มานั่งสมาธิ เดินจงกรม ที่ยังไงกลับไปก็ทุกข์ เพราะคุณไม่รู้ว่า คุณทำผิดอะไร และคุณไม่เปลี่ยนตัวเอง เช่น ถ้าคุณเป็นภูมิแพ้ คุณมาหาอาจารย์ แล้วอาจารย์ให้ยารักษาแก้ภูมิแพ้ไป เมื่อคุณกลับไปบ้านคุณก็ทำพฤติกรรมเดิมๆ เพราะคุณไม่รู้ว่าภูมิแพ้เกิดจากอะไร

อ้าว อีดอก... ไม่ใช่มานั่งสมาธิ เดินจงกรม ที่ยังไงกลับไปก็ทุกข์ เพราะคุณไม่รู้ว่า คุณทำผิดอะไร” แล้วของมึงเป็นศาสนาพุทธตรงไหน

เสือกโจมตีการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธอีกด้วย

และความสงสัยข้อสำคัญที่สุด คงหนีไม่พ้นข้อที่ว่า แล้วพีระมิดเกี่ยวอะไรกับศาสนาพุทธ ซึ่ง อ.อุบลได้อธิบายไว้อย่างน่าฟัง

แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า จะเชื่อหรือไม่คงต้องใช้วิจารณญาณ

ที่นี่ไม่แบ่งแยกศาสนา อาจารย์เปิดรับหมด เพราะเราใช้กฎของธรรมชาติ และมันไม่ได้ขัดแย้งกับหลักคำสอนของศาสนาใดเลย

มันก็เหมือนกับเราใช้ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน แล้วทำไมคุณต้องมามีข้อแม้ว่า พีระมิดเป็นของศาสนาไหน มันเป็นของทุกศาสนา เหมือนข้าว ในเมื่อกินข้าวแล้วมันอิ่ม มันพ้นความหิว พ้นความทรมาน

เมื่ออาจารย์ค้นพบว่า อาจารย์ใช้พีระมิดแล้วมีความสุข อาจารย์ก็เอามาให้ทุกคนรับความสุขแค่นั้นเอง

อี ดอกอุบล มันก็แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ  มึงก็อย่าอ้างศาสนาพุทธซิ  มึงก็ประกาศไปซิว่า ไม่เกี่ยวกับศาสนาพุทธ 

อีดอก มึงกล้าประกาศหรือเปล่า