อี ดอกอุบลช่วยด้วย






วันนี้ ไปอ่านพบบทความ “อ. อุบล ช่วยด้วย!! เสียงอุทานแห่งศรัทธา บ้านสวนพีระมิด” ในผู้จัดการออนไลน์ [17 มีนาคม 2557 09:57 น.]  ซึ่งคนเขียนบอกว่า ไปนำมาจาก “คอลัมน์ Feature นิตยสาร mars เรื่อง ไม่เชื่อ CULT อย่าลบหลู่

ผมไม่เชื่ออี ดอกอุบลนี่แน่ๆ แต่ผมไม่ลบหลู่มันหรอก  ผมทั้งด่า ทั้งแช่งมัน เพราะ อี ดอกอุบลนี่มันเอาศาสนาพุทธไปหลอกประชาชน

มาอ่านบทความและวิพากษ์วิจารณ์ไปที่ละส่วน  เนื้อหาของบทความอยู่ในพื้นสีเขียว 

อ.อุบล ช่วยด้วย!!!
เชื่อว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ คงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักโค้ดคำพูดสุดฮิตประโยคนี้

ประโยคที่ว่ากันว่า เมื่อพูดออกมาด้วยความศรัทธาในตัว อุบล ศุภาเดชาภรณ์หรือที่รู้จักกันในนาม อ.อุบล บ้านสวนพีระมิด

ปัญหาทุกอย่างในโลกจะคลี่คลายลงอย่างหมดจดราบรื่น เช่น เมื่อขับรถผิดกฎจราจร ก็จะรอดพ้นการจับกุมของตำรวจ (!?)

หรือแม้กระทั่งเมื่อใครสักคนกำลังจะเปียกฝน ฝนก็ดันไม่ตกขึ้นมาเสียดื้อๆ (!?) ‘อ.อุบล ช่วยด้วยจึงเป็นรหัสหนึ่งที่เล่าต่อๆ กันมา จนกลายเป็นเรื่องจริงจังในหมู่ผู้ศรัทธาไปในที่สุด

อีดอกอุบลนี่ มันเริ่มจะขยายวงทำมาหาแดกให้กว้างออกไปอีกแล้ว  การที่ได้ลง “หนังสือ” ทำนองนี้  ส่วนใหญ่แล้ว ต้องเสียเงิน  ดังสำนวนที่ว่า “ข่าวร้ายออกฟรี  ข่าวดีเสียเงิน 

อี ดอกอุบลมันจึงเห็นหนทางในการขยายรายได้ 

ปัญหาต่างๆ เหล่านั้น  มันเป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ  อันที่จริง ถ้าอี ดอกอุบล มันช่วยได้จริง ก็ไม่เห็นจะต้องโฆษณา ป่าวประกาศกันถึงขนาดนั้น

แต่ในความเป็นจริง เป็นไปไม่ได้  ที่ อี ดอกอุบล มันจะช่วยใคร เมื่อตะโกนเรียน “อี ดอกอุบล ช่วยด้วย

อ่านไป อ่านไป  ผมก็เซ็งจิตในความเป็นสมองหมา ปัญญาควายของสาวก อี ดอกอุบล คนนี้จริงๆ

แม้กระนั้น อีกด้านหนึ่งมันก็โดนวิจารณ์ไปในทางลบเช่นกัน เพราะนี่คือความเชื่อส่วนบุคคล และสิ่งที่ชาวบ้านสวนพีระมิดเชื่อ ก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยตา

อันจะสังเกตได้จากเพจล้อเลียนและต่อต้านจำนวนมากที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าเฟซบุ๊ก

ไม่ใช่เพจล้อเลียนและต่อต้านอย่างเดียว  แช่งด้วย ด่าด้วย อย่างของผม นี่ก็มี

บ้านสวนพีระมิด คือบ้านพักส่วนตัวของ อ.อุบล ที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคน ไม่ว่าจะเป็นโรคภัย หรือปัญหาชีวิตนานัปการ  ด้วยสิ่งที่ อ.อุบลบอกว่า เป็นผลที่เกิดขึ้นมาจากกรรม

บ้านสวนพีระมิดเป็นสถานที่พิสูจน์กฎแห่งกรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เห็นผลแบบทันทีนั่นคือคำอธิบายบนหน้าเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของบ้านสวนพีระมิดแห่งนี้

มันเป็นบ้านส่วนตัว อาจารย์ไม่ได้เปิดสถานปฏิบัติธรรม มูลนิธิ หรือว่าวัด อาจารย์ใช้ชีวิตปกติ นี่คือบ้านที่ใช้ชีวิตปกติ

อ.อุบลอธิบายให้ฟัง หลังจากเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง ท่านรามเสสที่ 2 และ พระนางเนเฟอร์ตารีกษัตริย์และราชินีอียิปต์โบราณที่ชาวบ้านสวนพีระมิดต่างเคารพบูชา

อี ดอกอุบล มันต้องการหลอกแดกประชาชน ในเมื่อประชาชนคนไทย นับถือศาสนาพุทธ มันก็ต้องอ้างถึงศาสนาพุทธ  แต่ อี ดอกอุบล มันไม่เคยปฏิบัติธรรม  มันก็ไม่รู้จะหา “ความศักดิ์สิทธิ์” มาจากไหน

มองไป มองมา มีบรรดาควายๆ จำนวนมาก เชื่อเรื่องปิรามิด อี ดอกอุบล ก็จึงไปปั้นเรื่องดังกล่าวมาหลอกคน

มันก็มีบรรดาควายๆ ไปให้มันหลอก  เฮ้อ...........  คนไทยโง่ๆ นี่มันยังมีอีกเยอะ

แม้จะได้รับการวิจารณ์อย่างหนักว่า นี่คือการใช้ทฤษฎีสมคบคิด นำเรื่องราวต่างๆ มาขยำรวม เน้นหลักอิงพุทธ เอาการสารภาพบาปมาจากคริสต์ และดึงสฟิงซ์หรือพีระมิดมาจากอียิปต์ แต่ใครจะรู้บ้างว่า จุดเริ่มต้นของบ้านสวนพีระมิดนั้นกลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าติดตาม

อ.อุบลเริ่มต้นอาชีพการทำงานด้วยการเป็นครู ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดให้กับสินค้าแบรนด์หนึ่ง ..... แต่แล้วเธอก็ค้นพบว่า การงานที่ทำอยู่นั้นยังไม่ใช่สิ่งที่ต้องการจริงๆ

อาจารย์เป็นคนชอบธรรมะน่ะ เพราะฉะนั้นรายการทีวีที่ขายเครื่องสำอางก็เลยพูดถึงเครื่องสำอางแค่นิดเดียว ที่เหลือจะเป็นธรรมะ ... เราทำมาหากิน แต่เราเอาธรรมะที่เราชอบมาเป็นของแถม เราไม่ได้เอาธรรมะมาหากิน

ดู อี ดอกอุบลมันแก้ตัว ให้เหตุผลของมันไปเรื่อย  มันเอาธรรมะมาหลอกลวงประชาชน เพราะ ถ้าไม่เน้นธรรมะก่อน  คนไทยโง่ๆ มันก็ไม่เชื่อ 

ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้น  มันเอาเป็นเหตุผลเพื่อโกหกว่า “มันมีฤทธิ์  เพรา อี ดอกอุบล ไม่สามารถอ้าง “ฤทธิ์” จากศาสนาพุทธได้


ส่วนเรื่องพีระมิดนั้น เริ่มเข้ามาหลังจากที่ อ. อุบลได้ทดลองใช้กับตัวเอง จนต้องอึ้งเมื่อพบว่า อานุภาพจากพีระมิดได้ทำให้เธอสุขภาพแข็งแรงขึ้นทันตาเห็น

แต่แล้วอยู่ๆ เหตุการณ์อัศจรรย์ก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งเธอได้พบข้อความบางอย่างบนหน้าจอโทรทัศน์ซึ่งปิดอยู่!

และเมื่อได้นำข้อความนั้นไปพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางจิตสัมผัส เธอก็ได้รับการยืนยันว่า เธอคือพระนางเนเฟอร์ตารีกลับชาติมาเกิด!

ดู อี ดอกอุบล มันปั้นเรื่อง  อรหอยเณรคำ สมีธัมมชโย สมียันตระ สมีนิกร งงไปแปดตระหลบ  คือ พวกหลอกลวงส่วนใหญ่ มันจะอ้างเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยบ้าง ในศาสนาพุทธบ้าง

อี ดอกอุบล มันอ้างไปถึงอียิปต์  เป็นความก้าวหน้าอีกอย่างหนึ่งของพวกหลอกลวงมนุษย์

จนกระทั่งได้เจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติอีกครั้ง เมื่อลูกชายและสามีของเธอได้รอดพ้นความตายมาได้ด้วย น้ำพีระมิดพร้อมๆ กับที่สิ่งเหนือธรรมชาติก็เริ่มติดต่อสื่อสารกับเธอ

คือถ้าอยากให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยต้องรับปากสองข้อ

หนึ่ง-ถ้าท่านช่วยต้องนำไปบอกเล่าในรายการโทรทัศน์ที่เราทำ

สอง-ต้องไปช่วยคนด้วยวิธีนี้ และต้องสร้างมหาพีระมิดให้เกิดขึ้น

แหม.. อีดอก เอาลูกกับผัวมาเป็นพยาน  แล้วไอ้ “น้ำพีระมิด” นี่มันคือ น้ำอะไรก็ไม่รู้ 

ขอให้ผู้อ่านสังเกตสูตรสำเร็จของการหลอกลวงทำนองนี้  มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาหา มาเข้าฝัน ให้ทำโน่นทำนี่  ไม่ทำก็ไม่ได้  นี่เป็นสูตรสำเร็จที่ดูงี่เง่ามา

แต่ได้ผลทุกครั้ง  มันจะต้องมีควายๆ ไปเชื่อทุกครั้งเหมือนกัน

แม้กระนั้นบ้านสวนพีระมิดก็ยังมีสิ่งที่ผู้คนในสังคมต่างกังวล ด้วยสิ่งที่บอกเล่ากันว่า อ.อุบลสามารถรักษาโรคทุกโรคได้นั้น ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ใดๆ ในเชิงการแพทย์

ละเรื่องราวต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในบ้านสวนพีระมิดก็ฟังดูเหนือจริงเกินจะเชื่อได้ ทว่า อ.อุบลก็ยืนยันว่านี่คือวิทยาศาสตร์ที่เห็นผลทันตา แถมยังกล้าท้าให้พิสูจน์

ไม่ใช่มานั่งสมาธิ เดินจงกรม ที่ยังไงกลับไปก็ทุกข์ เพราะคุณไม่รู้ว่า คุณทำผิดอะไร และคุณไม่เปลี่ยนตัวเอง เช่น ถ้าคุณเป็นภูมิแพ้ คุณมาหาอาจารย์ แล้วอาจารย์ให้ยารักษาแก้ภูมิแพ้ไป เมื่อคุณกลับไปบ้านคุณก็ทำพฤติกรรมเดิมๆ เพราะคุณไม่รู้ว่าภูมิแพ้เกิดจากอะไร

อ้าว อีดอก... ไม่ใช่มานั่งสมาธิ เดินจงกรม ที่ยังไงกลับไปก็ทุกข์ เพราะคุณไม่รู้ว่า คุณทำผิดอะไร” แล้วของมึงเป็นศาสนาพุทธตรงไหน

เสือกโจมตีการปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธอีกด้วย

และความสงสัยข้อสำคัญที่สุด คงหนีไม่พ้นข้อที่ว่า แล้วพีระมิดเกี่ยวอะไรกับศาสนาพุทธ ซึ่ง อ.อุบลได้อธิบายไว้อย่างน่าฟัง

แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า จะเชื่อหรือไม่คงต้องใช้วิจารณญาณ

ที่นี่ไม่แบ่งแยกศาสนา อาจารย์เปิดรับหมด เพราะเราใช้กฎของธรรมชาติ และมันไม่ได้ขัดแย้งกับหลักคำสอนของศาสนาใดเลย

มันก็เหมือนกับเราใช้ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน แล้วทำไมคุณต้องมามีข้อแม้ว่า พีระมิดเป็นของศาสนาไหน มันเป็นของทุกศาสนา เหมือนข้าว ในเมื่อกินข้าวแล้วมันอิ่ม มันพ้นความหิว พ้นความทรมาน

เมื่ออาจารย์ค้นพบว่า อาจารย์ใช้พีระมิดแล้วมีความสุข อาจารย์ก็เอามาให้ทุกคนรับความสุขแค่นั้นเอง

อี ดอกอุบล มันก็แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ  มึงก็อย่าอ้างศาสนาพุทธซิ  มึงก็ประกาศไปซิว่า ไม่เกี่ยวกับศาสนาพุทธ 

อีดอก มึงกล้าประกาศหรือเปล่า

นางอุบลมันบ้าไปแล้ว

ผมวิพากษ์วิจารณ์อีนางอุบล บ้านสวนอุตพิดไป 3 บทความ ก็คลื่นเหียนอาเจียนทางอารมณ์พอสมควร จึงไม่อยากจะวิพากษ์วิจารณ์อีนางคนนี้อีก

พอดีสาวกควายๆ ของอีนางอุบล บ้านสวนอุตพิดมาอาละวาด ก็เลยเขียนวิพากษ์วิจารณ์ไปอีกเล็กน้อย  ก็คลื่นเหียนอาเจียนทางอารมณ์พอสมควรอีกครั้ง ก็จึงหยุด

ตอนนี้ ไปเห็นเฟสบุ้กของอีนางอุบล บ้านสวนอุตพิด ถึงกับตะลึงงัน  อีนางนี่ หลอกลวงคนจนเสียสติบ้าไปแล้ว

เปลี่ยนภาพหน้าปกใหม่ ดังภาพ


 แต่ปรากฏว่า อีนางห่าคนนี้ ไปขโมยภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร ตอนที่ทำพิธีบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชมา

นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าไปให้ความเห็นแบบด่ากันเพียบ อ่านความเห็นที่พออ่านได้ก็แล้วกัน

สันดานเลว เอารูปพิธีที่เขาเคารพมาทำแบบนี้ มีความระอายบ้างหรือป่าว แล้วไม่ทราบว่าจะตัดต่อรูปเพื่อจะแสดงอะไร แสดงว่ามีคนกราบเยอะหรือ อยากโชร์พาว หรืออะไร? มึงทำแบบนี้นี่มึงว่าทั้งมหาลัยนเรศวรเลยน้ะ แล้วมึงเป็นใครมาจากไหน ที่คนทั้งมหาลัยต้องไปเคารพมึง มึงไม่ใช่พ่อหลวงน้ะ ถ้าในรูปตัดต่อเป็นพ่อหลวง จะไม่มีใครว่ามึงหรอก

ไม่เหมาะอย่างมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ไม่ควรแอบอ้างอย่างนี้ อีกทั้งเป็นการทำร้ายจิตใจทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบันเป็นอย่างมากเลิกเถอะ เลิกนิสัยเลว เป็นบาปกรรมอย่างนี้ ต้องออกตัวนะผมไม่ได้ลบหลู่ แต่เป็นการขอร้องจากเพื่อนมนุษย์ที่มีสำนึกด้วยกัน

ต่อไปก็เป็นภาพในเฟสบุ้ก ผมก็ไม่รู้จะบรรยาย ความเลวของอีนางอุบล บ้านสวนอุตพิดนี่อย่างไร ดูภาพไป แล้วก็ปลงไปก็แล้วกัน






ข้อมูลทั้งหมด นำมาจากเฟสบุ้กล้อเลียนนางอุบล บ้านสวนพีระมิด ขอจงอ่านด้วยความพิจารณา




ควาย WhoIAm WhatAmI [02]

เรามาวิพากษ์วิจารณ์บรรดาความเห็นควาย WhoIAm WhatAmI กันต่ออีกสัก 1 บทความ

WhoIAm WhatAmI

ขอบใจนะมนัส ที่ต่อมอิจฉาแตก เลยทำให้มารับใช้บ้านสวน โดยการเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ อ.อุบลให้ ยังไง ก็ไม่ลืมบุญคุณหรอก ที่ยอมถอดหัวโขน ดร. มาเล่นบทตัวอิจฉา 555

เขาไม่ได้เรียกประชาสัมพันธ์ เขาเรียก “ด่าทางบล็อก”  รับรองผมด่าใคร ผมแช่งใคร ความวิบัติฉิบหายวายป่วงจะเกิดขึ้นในเร็ววัน 

เตรียมตัวรับให้ดีเถอะ

WhoIAm WhatAmI

มนัส หมดหนทางรุ่งแล้ว เพราะ ประกาศความพ่ายแพ้ผู้หญิง สาว สวย รวยทั้งทรัพย์ และ บุญบารมีอย่างราบคาบ ถึงกับเก็บอาการริษยาไม่อยู่ น่าอดสูเสียนี่กระไร

เอ อยากรู้จริง ว่ามนัสนี่จริงๆแล้ว ผู้ชาย หรือว่า กระเทียมกันแน่น้าาา ถึง อิจฉาผู้หญิงหน้าตาดี ได้ขนาดนี้

เห็นข้อความนี้แล้ว อึ้ง....ไปพักใหญ่ อีนางอุบล สตรอบอรี่นี่นะ “สาว สวย รวยทั้งทรัพย์ และ บุญบารมี”  คิดได้อย่างไงวะนั่น

WhoIAm WhatAmI

อาชีพรับจ้างร้องไห้ในงานศพก็ไม่เลวนะมนัสเอ๋ย เหมาะกับเจ้ามากเลย เพราะเจ้า น่าจะเป็นดาราเจ้าบทบาท เล่นบทนี้ ตีบทแตกกระจุยนะ

ผมสงสัยว่า แถวบ้านของ อีนาง WhoIAm WhatAmI อาชีพร้องไห้ในงานศพคงมีอยู่ เพราะ แถวๆ บ้านเดิมผมที่ชัยนาท และที่ๆ ผมไปอยู่มาไม่มีอาชีพนี้

ผมเคยเห็นครั้งเดียวตอนเป็นเด็กๆ

หรือว่า อีนาง WhoIAm WhatAmI เคยมีอาชีพนี้มาก่อน ถึงเอามาเขียน คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักอาชีพนี้แล้ว

WhoIAm WhatAmI

มนัส ตัวเองแน่ใจหรอว่า จะวัดรอยเท้ากับ อ.อุบล แค่คิดก็แพ้ทุกประตูแล้วนะมนัส เอาแค่หน้าตาก็จบข่าวแล้ว มนัสเอ้ย คิดใหม่เถอะลูกเอ้ย หรือไม่ก็ไปเกิดใหม่ ให้หน้าตาดีกว่านี้ แล้วค่อยมาคิดอ่านกันใหม่ดีไหมลูก

ลูกผู้ชายฆ่าได้ หยามไม่ได้  กูโชว์รูปของกูมั่งก็ได้วะ  ให้มันรู้เบิ้งว่า ไผเป็นไผ




 WhoIAm WhatAmI

อ่านบทความแต่ละอย่าง โจมตีทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา "ดร.มนัส โกมลฑา เพื่อความถูกต้องตามความจริงและความเป็นจริงของศาสนาพุทธ"

แต่แท้ที่จริงอยากจะเด่นอยากดัง...พยายามจะโปรโมรตนเอง ให้คนติดตามดูรายการที่ตนเองไปออกอากาศ สุดท้ายก็ขอให้คนให้การสนับสนุนบทความของตนเอง...พวกปากว่าตาขยิบนี้เอง

แล้วมันเป็นยังไงเล่า..........

WhoIAm WhatAmI

นายมนัสเอ่ย สุดท้ายก็เผยธาตุแท้ของตนเองว่า "แท้ที่จริงนายมันก็เป็นพวกเอาศาสนามาหากิน" พยายามจะโจมตีผู้อื่นหรือพูดง่ายๆ ให้คนสมองกลวงอย่างนายเข้าใจก็คือ "คิดว่าจะเหยียบหัวคนอื่นเพื่อยกระดับให้ตนเองดูดีขึ้น"....................น่าสงสารบุพการีของนายแท้ๆ

สุดท้ายนี้ อีนางควาย WhoIAm WhatAmI ก็ไปไม่เป็น ไม่รู้จะโจมตีอย่างไร 

ในทางที่ถูกต้องแล้ว อีนางควาย WhoIAm WhatAmI มันต้องพิสูจน์ว่า ข้อเขียนของผมนั้น “ผิดอย่างไร” 


ไม่ใช่มา “ด่า” คนเขียน เพราะ คนอ่านเขาไม่ได้โง่ขนาดนั้น